เมื่อจดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว มีหน้าที่เกี่ยวกับต้องยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้องดังนี้
การยื่นแบบรายเดือน
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยื่นกับกรมสรรพากร กรณีที่มีการจ่ายค่าบริการตามประเภทและอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่กรมสรรพากรกำหนด แบบภาษีที่เกี่ยวข้องเช่น ภงด.1, ภงด.3, ภงด.53 เป็นต้น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ยื่นกับกรมสรรพากร กรณีที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ ถ้าจดแล้วต้องยื่นแบบทุกเดือน ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายการซื้อ,ขายก็ตาม แบบภาษีที่เกี่ยวข้องคือ แบบ ภพ.30
- ประกันสังคม ยื่นกับสำนักงานประกันสังคม กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง หักเงินประกันสังคมจากลูกจ้างและนายจ้างสมทบอีกเป็นจำนวนเท่ากันนำส่งสำนักงานประกันสังคม แบบที่ใช้ยื่นนำส่งคือ สปส1-10
** การยื่นแบบนำส่งภาษีรายเดือนสำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ได้เป็นภาษีทางตรงที่ทางผู้ประกอบการต้องเป็นคนจ่ายเอง แต่เป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากบุคคลอื่นเพื่อมานำส่งให้กับกรมสรรพากร กล่าวคือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หักจากผู้รับเงินตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มคือภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการโดยเก็บเพิ่มอีก 7% และมีสิทธิ์ที่จะนำภาษีซื้อมาหักออกและนำส่งกรมสรรพากร
การยื่นแบบรายปี
- เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีต้องจัดให้มีการจัดทำงบการเงินและตรวจสอบรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและนำส่งให้กับกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- นำส่งงบการเงินพร้อมรายงานของผู้สอบบัญชี ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบ ใช้แบบ สบช.3
- นำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ภายใน 15 วันนับจากวันประชุมรับรองงบการเงิน (ประชุมรับรองงบการเงิน ภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบ)
กรมสรรพากร
- นำส่งงบการเงินและชำระภาษีนิติบุคคล (ถ้ามี) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบ ใช้แบบ ภงด.50
** สำหรับการยื่นแบบรายปี ต้องปิดงบการเงิน เพื่อดูว่าบริษัทมีกำไร (ขาดทุน) อย่างไร ถ้ามีกำไรต้องชำระภาษีนิติบุคคลสิ้นปี ตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด

สำหรับท่านที่อยากทราบโดยละเอียดเกี่ยวกับประเภทของภาษีต่างๆ ผมรวบรวมไว้ให้เป็น ebook สามารถดูได้ที่หน้าดาวน์โหลด
หัวข้อ "ebook คู่มือสำหรับผู้ประกอบการ"

จิรพันธุ์ ทัพคัลไลย
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี